
ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกเอเชีย ทีมใดได้ไปต่อและผ่านด่านอย่างไร
ฟุตบอลโลก เส้นทางฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ปิดฉากด้วยภาพใหญ่ที่ชัดเจนกว่าเดิม จากการขยายฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม ทำให้เอเชียมีพื้นที่มากขึ้นบนเวทีใหญ่ ทำให้ทุกช่วงของรอบคัดเลือกมีความหมาย ตั้งแต่เกมเปิดทางไปจนถึงเพลย์ออฟนัดชี้ขาด รายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบจึงมีทั้งมหาอำนาจเดิม ทีมหน้าใหม่ และชาติที่รอคอยการกลับมานานหลายทศวรรษ
เอเชียมีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบโดยตรง 8 ทีม และอีก 1 ทีมจากเพลย์ออฟระหว่างทวีป รายชื่อที่ได้ไปฟุตบอลโลกจึงมี ญี่ปุ่น อิหร่าน อุซเบกิสถาน เกาหลีใต้ จอร์แดน ออสเตรเลีย กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และอิรัก ถือเป็นชุดตัวแทนเอเชียที่หลากหลาย ทั้งในมิติของทีมขาประจำ ทีมสร้างประวัติศาสตร์ และทีมที่ต้องผ่านด่านยากหลายรอบ
ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ทีมเข้ารอบและเส้นทางของแต่ละชาติ
ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนเอเชียเดินทางมาถึงบทสรุปของเส้นทางแข่งขันที่เข้มข้น จากการขยายฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม ทำให้เอเชียมีพื้นที่มากขึ้นบนเวทีใหญ่ การแข่งขันจึงเข้มข้นต่อเนื่องตั้งแต่รอบแรกจนถึงด่านสุดท้ายของเพลย์ออฟข้ามทวีป ชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจึงสะท้อนทั้งความต่อเนื่องของทีมใหญ่และแรงผลักดันของทีมหน้าใหม่
รูปแบบคัดเลือกครั้งนี้ให้เอเชียมี 8 ทีมเข้ารอบโดยตรง และอีกทีมผ่านด่านเพลย์ออฟระหว่างทวีป รายชื่อที่ได้ไปฟุตบอลโลกจึงมี ญี่ปุ่น อิหร่าน อุซเบกิสถาน เกาหลีใต้ จอร์แดน ออสเตรเลีย กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และอิรัก ถือเป็นชุดตัวแทนเอเชียที่หลากหลาย ตั้งแต่ทีมที่ชำนาญเวทีโลก ไปจนถึงทีมที่ใช้รอบคัดเลือกครั้งนี้สร้างบทใหม่ให้ประเทศของตน
หกทีมเอเชียผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากด่านรอบสาม
รอบสามของโซนเอเชียเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญ รูปแบบรอบนี้ใช้ 18 ทีม แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม และแข่งขันทั้งในบ้านกับนอกบ้าน โควตาโดยตรงตกเป็นของทีมอันดับ 1 และอันดับ 2 จากทั้งสามกลุ่ม ญี่ปุ่นยืนยันความแข็งแกร่งด้วยการจบหัวแถวกลุ่มซี ขณะที่ออสเตรเลียตามเข้ารอบในฐานะอันดับสองของกลุ่มเดียวกัน
เส้นทางกลุ่มเอจบลงด้วยอิหร่านและอุซเบกิสถานที่คว้าตั๋วตรง อิหร่านผ่านเข้ารอบด้วยความแน่นอนตามบทบาททีมชั้นนำของภูมิภาค ขณะที่อุซเบกิสถานสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก กลุ่มบีมีเกาหลีใต้จบในตำแหน่งแชมป์กลุ่ม ส่วนจอร์แดนตามเข้ารอบจากอันดับสอง พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกครั้งแรก
กาตาร์และซาอุดีอาระเบียได้ไปต่อจากเส้นทางรอบสี่
รอบสี่เปิดทางให้ทีมอันดับ 3 และ 4 จากรอบสามได้ลุ้นโควตาอีกครั้ง ซึ่งจัดเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม แข่งขันสนามกลางในประเทศเจ้าภาพที่กำหนดไว้ แชมป์ของทั้งสองกลุ่มจะได้ตั๋วฟุตบอลโลกทันทีโดยไม่ต้องเล่นเพลย์ออฟเพิ่ม สำหรับกาตาร์ ตั๋วครั้งนี้มีน้ำหนักพิเศษ เพราะเป็นการกลับไปฟุตบอลโลกหลังยุคเจ้าภาพ พร้อมสถานะทีมที่ฝ่ารอบคัดเลือกมาได้
ซาอุดีอาระเบียเป็นอีกทีมที่คว้าสิทธิ์จากรอบสี่ได้สำเร็จ จากความเก๋าในเกมใหญ่และการจัดการสถานการณ์ที่เด็ดขาด ทีมจากตะวันออกกลางรายนี้ยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในชาติเอเชียที่น่าติดตาม จากประสบการณ์ในฟุตบอลโลกหลายครั้ง และผลงานสำคัญที่เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนบนเวทีโลก
อิรักฝ่าด่านยาวจนคว้าตั๋วฟุตบอลโลก 2026
อิรักคือชาติที่มีเส้นทางยาวที่สุดเมื่อเทียบกับตัวแทนเอเชียทั้งหมด หลังรอบสี่จบลงด้วยสถานะทีมอันดับสองของสาย ต้องลงเล่นรอบห้าพบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แบบสองนัด ก่อนเอาชนะด้วยสกอร์รวมและได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟระหว่างทวีป จากนั้นอิรักผ่านด่านสุดท้ายจนคว้าโควตาฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ
ตั๋วฟุตบอลโลกของอิรักครั้งนี้ไม่ใช่เพียงผลการแข่งขัน แต่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นการกลับไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกหลังห่างหายมาตั้งแต่ปี 1986 ความสำเร็จของอิรักสะท้อนภาพทวีปเอเชียที่มีทีมท้าทายเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากมหาอำนาจเดิม ทีมที่ผ่านบททดสอบยาวและรักษามาตรฐานได้ก็สามารถไปถึงฟุตบอลโลก
มองภาพรวม 9 ทีมเอเชียในฟุตบอลโลก 2026
รายชื่อทีมเอเชียชุดนี้ยังคงมีทีมขาประจำอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิหร่าน และออสเตรเลียเป็นแกนสำคัญ การกลับมาของซาอุดีอาระเบียกับกาตาร์ ฟุตบอลโลก รวมถึงสีสันจากอุซเบกิสถาน จอร์แดน และอิรัก ผู้ติดตามสามารถดูข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแข่งขันของเอเชียได้ที่ AFC Asian Qualifiers
ทัวร์นาเมนต์ปี 2026 จึงเป็นเวทีพิสูจน์สำคัญของทีมเอเชียภายใต้โควตาที่มากขึ้น โจทย์ต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงชาติใดคว้าตั๋วรอบสุดท้าย แต่คือทีมใดจะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนภาพจำของเอเชียบนเวทีฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุด